ห้องนิทรรศการ ป๋วย อึ๊งภากรณ์


เนื้อหาจัดแสดง

การจัดแสดงนิทรรศการ ทำหน้าที่บอกเล่าประวัติชีวิตของอาจารย์ป๋วยฯ ตามลำดับเวลา นับจากจุดกำเนิด “จากครรภ์มารดาถึง เชิงตะกอน”แบ่งการจัดแสดงออก เป็น 7 โซน

 

โซนที่ 1 โถงต้อนรับ

เป็นส่วนเกริ่นนำก่อนเข้าสู่การชมนิทรรศการ  มีเป้าหมายให้ผู้ชมรับรู้ถึงแนวความคิดหลักของเนื้อหาและการจัดแสดง นิทรรศการ  กระตุ้นความคิดและความสนใจที่จะเข้าสู่การรู้จักตัวตนและผลงานของอาจารย์ ป๋วยฯ ในบริบทต่างๆ ภายในห้องนิทรรศการ  โดยเริ่มจากข้อเขียน “ปฏิทินแห่งความ หวัง จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน” ซึ่งอาจารย์ป๋วยฯ ได้นำเสนอวิสัยทัศน์สังคมที่ควรจะเป็น และข้อเขียนนี้ได้ใช้เป็นเนื้อหาหลักในการนำเสนอลำดับชีวิตของอาจารย์ป๋วยฯ ตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต

    

โซนที่ 2 ชีวิตสามัญชน

นำเสนอช่วงชีวิตของอาจารย์ป๋วยฯ ตั้งแต่ปฐมวัยจนถึงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก และสมรสกับนางสาวมากาเร็ต สมิท โดยเน้นให้ทราบว่าอาจารย์ป๋วยฯ ได้รับการเลี้ยงดู บ่มเพาะ จากครอบครัวอย่างไร
    โดยเฉพาะ  “แม่” ซึ่งเป็นต้นแบบในการหล่อหลอมให้อาจารย์ป๋วยฯ เป็นผู้มีความมานะ เด็ดเดี่ยว รักอิสรภาพ ซื่อสัตย์สุจริต และเมตตากรุณารวมถึงบริบททางสังคม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475นั้น มีอิทธิพลในการกระตุ้นให้อาจารย์ป๋วยฯ สนใจในเรื่องสิทธิเสรีภาพ และเริ่มต้นศึกษาความคิดของนักคิดคนสำคัญๆ และส่วนสุดท้ายของโซนนี้ คือ การนำเสนอความรักชาติ กล้าหาญ เสียสละ ของอาจารย์ป๋วยฯ ในการเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2


โซนที่ 3 เศรษฐกิจไทยยุคนายป๋วยฯ

    นำเสนอช่วงชีวิตของอาจารย์ ป๋วยฯ ในช่วงของการทำงานด้านเศรษฐกิจ โดยเน้นให้ผู้ชมทราบถึงความมุ่งมั่นในการกลับมารับใช้ประเทศชาติและประชาชน ด้วยสำนึกในฐานะนักเรียนทุนที่อาศัยเงินภาษีของประชาชน ทำให้อาจารย์ป๋วยฯละทิ้งโอกาสของการทำงานในบริษัทเอกชนเข้ารับราชการซึ่งนอก จะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ด้วยความรู้ความสามารถในฐานะผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจ ไทยแล้วยังได้แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์สุจริต และไม่ยอมต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรม ตลอดจนการนำเสนอคุณธรรมในการทำงาน ทั้งในการปฏิบัติของตนเองและเรียกร้องจากผู้อื่นด้วย
 

โซนที่ 4 การศึกษาเพื่อมวลชน

นำเสนอชีวิตของอาจารย์ ป๋วยฯในช่วงของการทำงานด้านการศึกษา โดยเน้นให้ผู้ชมทราบถึงจิตวิญญาณความเป็นครูของอาจารย์ป๋วยฯ ซึ่งให้ความสำคัญกับการศึกษาและการพัฒนาบุคลากรทุกระดับ และการกระทำทุกครั้งที่มีโอกาสหรืออยู่ในบริบทที่มีหน้าที่รับผิดชอบ หรือมีส่วนร่วมทั้งโดยตรงและทางอ้อม


โซนที่ 5 การพัฒนาชนบท

    นำเสนอช่วงชีวิตของอาจารย์ป๋วยฯ ในช่วงของการทำงานด้านการพัฒนาชนบท โดยเน้นให้ผู้ชมเข้าใจจุดเปลี่ยนที่ทำให้ท่านหันมาสนใจปัญหาการพัฒนาชนบท อย่างจริงจังเนื่องจากเห็นว่าการพัฒนาที่ตนเองมีส่วนร่วมมาตั้งแต่ต้นนั้น ได้สร้างความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบทเป็นอย่างมาก ชี้ให้เห็นว่าแนวทางการพัฒนาชนบทของอาจารย์ป๋วยฯนั้น แตกต่างจากแนวทางการพัฒนาของทางราชการที่มีมาก่อนหน้านั้น นั่นคือการเข้าไปอยู่และเรียนรู้จากชาวบ้าน นอกจากนี้บุคลากรที่ร่วมงานกับอาจารย์ ซึ่งเสมือนเป็นเมล็ดพันธุ์ที่อาจารย์ป๋วยฯได้หว่านไว้ ก็ได้เติบโต งอกงาม และมีบทบาทในการพัฒนาชนบทและสังคมอย่างต่อเนื่อง จวบจนปัจจุบัน
 

โซนที่ 6 การเมืองเพื่อประชาชน

นำเสนอช่วงชีวิตของอาจารย์ป๋วยฯ ที่การเมืองส่งผลกระทบต่อชีวิตของอาจารย์มากที่สุด โดยกล่าวถึงจุดเปลี่ยนแนวคิดทางการเมืองของอาจารย์ป๋วยฯ จากการวิจารณ์ทางการเมืองในเชิงศีลธรรมมาสู่การวิจารณ์ในเชิงโครงสร้าง  โดยเฉพาะการคัดค้านการรัฐประหาร ในปี 2514 ของจอมพลถนอม กิตติขจร ด้วยการเขียนจดหมาย “นายเข้มเย็นยิ่ง” ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียกร้องในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516
      ขณะที่บริบทการเมืองในขณะนั้นมีแนวโน้มนำไปสู่เผชิญหน้าทั้งสองฝ่าย อาจารย์ป๋วยฯก็ได้เสนอแนวคิด “สันติประชาธรรม” เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของสังคม แต่มรสุมทางการเมืองก็กระหน่ำซัดอาจารย์ป๋วยฯ โดยเฉพาะกรณีเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งนอกจากจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคมการเมืองไทยแล้ว ยังส่งผลเปลี่ยนแปลงชีวิตของอาจารย์ป๋วยฯจนต้องลี้ภัยไปต่างแดน
 
 

โซนที่ 7 ความเงียบในต่างแดน

นำเสนอช่วงชีวิตของอาจารย์ป๋วยฯ ภายหลังการลี้ภัยไปต่างแดน ท่านได้ตรากตรำจากการเดินทางไปชี้แจงข้อเท็จจริงในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 จนกระทั่งล้มป่วยและไม่สามารถสื่อสารกับผู้อื่นด้วยคำพูดได้อีก
    อาจารย์ป๋วยฯเลือกใช้ชีวิต ในบั้นปลายในต่างแดน ท่านได้เปลี่ยนบทจากผู้เล่นมาเป็นผู้ชม ที่รับรู้ความเป็นไปของสังคมไทยตลอดห้วงเวลา 20 ปี โดยไม่สามารถมีส่วนร่วมใดๆได้อีกเลย